หน้าเว็บ

บทความที่ได้รับความนิยม

8 พฤษภาคม 2556

โครงการขับเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อความมั่นคง ..โดยชมรมเกษตรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเพื่อคุณภาพชีวิต


โครงการขับเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อความมั่นคง
ชมรมเกษตรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อคุณภาพชีวิต
-----------------
1. หลักการและเหตุผล
              จากสภาวการณ์ในปัจจุบันของสังคมไทยและประชาคมโลก กำลังเผชิญกับวิกฤติมหันตภัยจากความแปรปรวนเปลี่ยนแปลงทางธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม  เกิดภาวะความเสี่ยงต่อโรคระบาดทั้งในคน สัตว์  และพืช     การขาดแคลนอาหารอย่างรุนแรง           ก่อให้เกิดปัญหาด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม มนุษยชาติและประชาคมโลกต่างแสวงหาองค์ความรู้และภูมิปัญญาที่จะฝ่าวิกฤติดังกล่าว   ในการพัฒนาคน   ถือว่ามีความสำคัญอย่างยิ่ง     ซึ่งองค์การสหประชาชาติได้ทูลเกล้าถวายรางวัล “ความสำเร็จสูงสุดด้านการพัฒนามนุษย์”แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ และทรงยกย่องว่า ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เป็นปรัชญาที่ผ่านการพิสูจน์ทฤษฎีอย่างเป็นรูปธรรมของความสำเร็จที่สามารถจะนำพาสังคมและนานาประเทศให้รอดพ้นจากวิกฤติการณ์ได้เป็นอย่างดี 
              แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 11 (พ.ศ.2555-2559) ยังคงน้อมนำปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาเป็นปรัชญานำทางในการพัฒนาประเทศอย่างต่อเนื่อง  เพื่อให้เกิดภูมิคุ้มกันและมีการบริหารจัดการความเสี่ยงอย่างเหมาะสม  เพื่อให้เกิดการพัฒนาประเทศอย่างสมดุลย์และยั่งยืน
              การปฏิบัติตามแนวทางปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง    เกษตรทฤษฎีใหม่   และโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ   สามารถช่วยสร้างจิตสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ         มีความรักและหวงแหน
ผืนแผ่นดินถิ่นเกิด    ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิต     สร้างความรู้รักความสามัคคี  ตลอดจนการเป็นพลเมืองที่ดีช่วยเหลือราชการและประชาชนในการพัฒนาประเทศ  เพื่อความมั่นคงอย่างถาวร
2. วัตถุประสงค์
      2.1 เพื่อเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์  ในพระมหากรุณาธิคุณขององค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
      2.2 เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจ ความรู้รักสามัคคี และการปฏิบัติตามแนวทางปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
      2.3 เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงในด้านเศรษฐกิจ  สังคม และสิ่งแวดล้อม
3. เป้าหมาย 
      3.1 เชิงปริมาณ    มีผู้เข้าร่วมโครงการฯ และร่วมกิจกรรมทั่วทุกภูมิภาค
      3.2 เชิงคุณภาพ    มีองค์กรเครือข่ายในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียง ที่มีความรู้ความเข้าใจใน
หลักคิดทฤษฎี หลักปฏิบัติ และหลักคุณธรรม เกิดผู้นำการเปลี่ยนแปลง และสามารถนำความรู้ไปขับเคลื่อน
เชิงยุทธศาสตร์ในระดับนโยบายและการปฏิบัติ ให้เกิดการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืนบนพื้นฐานปรัชญาของ
เศรษฐกิจพอเพียง ทั้งภาครัฐ ภาควิชาการ ภาคประชาชน ภาคเอกชน และภาคประชาสังคมและสื่อ
4. การดำเนินงาน
     4.1 การจุดประกาย  ด้วยการเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับหลักคิดทฤษฎี หลักปฏิบัติ และหลักคุณธรรมตามแนวทางปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เน้นการจุดประกายให้คนมีความเข้าใจที่ถูกต้อง และเกิดการตื่นตัว การจัดชุดเข้าพบปะพี่น้องประชาชนฝึกอบรม ทัศนศึกษา และกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้
     4.2 การตอกเสาเข็ม  เน้นการสร้างต้นแบบ(Case study) ให้ประชาชนเห็นว่าหลักเศรษฐกิจพอเพียงทำได้และประสบผลสำเร็จได้จริง  ที่สำคัญสร้างความเข้าใจว่าเศรษฐกิจพอเพียง  มิได้จำกัดเฉพาะเกษตรกรหรือชาวไร่ชาวนาเพียงเท่านั้น  แต่เป็นเศรษฐกิจของทุกคน ทุกอาชีพ ทั้งที่อยู่ในเมืองและอยู่ในชนบท ทำการเผยแผ่ประชาสัมพันธ์อย่างกว้างขวางและต่อเนื่อง
      4.3 การสร้างเครือข่าย ในลักษณะการระดมพลังจากทุกภาคส่วนสนับสนุนกลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ เครือข่ายภาครัฐ ภาควิชาการ ภาคประชาชน ภาคเอกชน    และภาคประชาสังคมและสื่อ     ด้วยการให้เครือข่ายภาควิชาการที่มีนักคิด  ผู้ทรงคุณวุฒิในมหาวิทยาลัย   สร้างกระบวนการเรียนรู้ นำเครือข่ายโรงเรียนเข้ามาร่วมและเครือข่ายสื่อมวลชนดำเนินการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์    
     4.4 การขับเคลื่อนให้เกิดการนำไปใช้อย่างเป็นรูปธรรม   เกิดผลผลิต  ผลสัมฤทธิ์   เป็นความกินดี  อยู่ดี
มีความสงบสุข เกิดความมั่นคงทั้งในระดับบุคคล ครอบครัว หมู่บ้าน/ชุมชน จนถึงระดับประเทศ  
5. วัน-เวลา และสถานที่  
     5.1 ห้วงเดือน มกราคม – ธันวาคม 2555
     5.2 ในพื้นที่ กทม.และปริมณฑล  ตลอดจนภูมิภาคต่าง ๆ
6. งบประมาณ
     6.1 หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ที่ให้การสนับสนุน
     6.2 องค์กรสนับสนุน หรือบริจาค      
7. ผู้รับผิดชอบโครงการ
     7.1 ชมรมเกษตรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อคุณภาพชีวิต
     7.2 มูลนิธิดินดี น้ำใส แห่งประเทศไทย
     7.3 มูลนิธิเกษตรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
8. หน่วยงานให้การสนับสนุน
     8.1 หน่วยงาน/องค์กรเครือข่ายที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติเศรษฐกิจพอเพียง
     8.2 หน่วยงานภาครัฐ ภาควิชาการ ภาคประชาชน ภาคเอกชน ภาคประชาสังคมและสื่อ
9.  การประเมินผล
      9.1 การสังเกต และสัมภาษณ์
      9.2 แบบสอบถามผู้เข้ารับการอบรม
      9.3 การติดตามผลการปฏิบัติงาน
10. ผลที่คาดว่าจะได้รับ
      10.1 ผู้ร่วมโครงการมีความรู้ความเข้าใจในหลักคิดทฤษฎี หลักปฏิบัติ และหลักคุณธรรมตามแนวทางปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
      10.2 ผู้ร่วมโครงการมีประสบการณ์และพร้อมที่จะนำไปขับเคลื่อนเชิงยุทธศาสตร์ในระดับนโยบายและการปฏิบัติ  ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของสังคมไทยตามแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืนบนพื้นฐานปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
      10.3 มีเครือข่ายความร่วมมืออย่างบูรณาการทั้งภาครัฐ ภาควิชาการ ภาคประชาชน ภาคเอกชน และภาคประชาสังคมและสื่อ

ตรวจถูกต้อง
      พ.ท.
                ( บรรเทิง    แสงดอกไม้ )
ประธานชมรมเกษตรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 
                     เพื่อคุณภาพชีวิต
 
 








                   ผนวก ก ปัจจัยความสำเร็จในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อความมั่นคง
------

1.       ภาคีเครือข่าย/ผู้นำขับเคลื่อน ต้องมีความรู้ความเข้าใจอย่างถ่องแท้ว่า เศรษฐกิจพอเพียง หมายถึงระบบเศรษฐกิจที่พึ่งตนเองได้  แต่ไม่ได้หมายความว่าต้องพึ่งตนเอง 100%   โดยไม่พึ่งเงิน   ไม่พึ่งการค้า ไม่สมาคมกับใคร
2.       ภาคธุรกิจเอกชน ควรมีส่วนผลักดันในเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงให้มากขึ้น  ไม่มุ่งการดำเนินธุรกิจเพื่อสร้างผลกำไร  แต่ทำธุรกิจเพื่อสังคมควบคู่ไปด้วย  คนกับสังคม และองค์กรจะสามารถปรับเข้าหากันได้ และจะก่อให้เกิดความยั่งยืนมากกว่า
3.       ภาคอุตสาหกรรม เน้นการผลิตด้านการเกษตรอย่างต่อเนื่อง และไม่ควรทำอุตสาหกรรมขนาดใหญ่เกินไป และชิ้นส่วนในการผลิตให้มีลักษณะพึ่งพา ลดการบริโภคนิยมให้น้อยลง
4.       ทุกภาคส่วนภาคีการพัฒนาสามารถร่วมกันผลักดันให้ประเทศก้าวสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน คือ การเข้ามาแลกเปลี่ยนความคิดเห็น รับฟังแต่ละฝ่ายโดยปราศจากอคติ  นำเสนอตัวอย่าง มีการระดมสมอง และดึงประเด็นสำคัญๆ ขึ้นมาเป็นแนวทางพัฒนา
5.       ความสำเร็จของทุกภาคีการพัฒนาในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียง ควรจะต้องเกิดจากการ “ระเบิดออกมาจากภายใน” ของแต่ละภาคส่วน เพราะเรื่องของเศรษฐกิจพอเพียง  ความสำเร็จจะอยู่ที่ใจตนเป็นสำคัญ
6.       การปลูกฝังอุดมการณ์และการสร้างจิตสำนึกในการแสดงความจงรักภักดี  หวงแหน รักษาทนุบำรุงต่อสถาบันชาติ  ศาสนา พระมหากษัตริย์      ตลอดจนการรู้รักสามัคคี    การเป็นพลเมืองที่ดี   และมีจิตสำนึกด้านความมั่นคง



----------
  

ผนวก ข   กิจกรรมตามแผน/โครงการขับเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อความมั่นคง
------

    1. โครงการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการเสริมสร้างวิถีชีวิตเศรษฐกิจพอเพียง
    2. โครงการฝึกอบรมผู้นำขับเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียง
    3. โครงการสัมมนาวิถีชีวิตเศรษฐกิจพอเพียงสัญจร
    4. โครงการเสริมสร้างชุมชนตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง
    5. โครงการเสริมสร้างสุขภาพ(สุขภาพดี วิถีไทย)
    6. โครงการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
    7. โครงการฝึกวิชาชีพ(อาชีพเสริม เพิ่มรายได้ ขยายโอกาส)
    8. จัดงาน “มหกรรมเกษตรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อคุณภาพชีวิต” สืบสานวัฒนธรรม และภูมิปัญญาท้องถิ่น
    9. จัดงาน “รวมใจภักดิ์ อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม เทิดไท้องค์ราชันย์”
  10. โครงการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ประวัติศาสตร์ และภูมิปัญญาท้องถิ่น
  11. โครงการค่ายฝึกอบรมเยาวชนหัวใจเกษตรธรรมชาติ
  12. โครงการค่ายฝึกอบรมผู้นำขับเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียง
  13. โครงการปฏิบัติธรรมนำชีวิต
  14. โครงการบำเพ็ญสาธารณะประโยชน์
  15. โครงการขยะเศรษฐกิจ/ธนาคารขยะ
  16. โครงการธนาคารจุลินทรีย์
  17. โครงการธนาคารต้นไม้
  18. โครงการธนาคารปุ๋ยชีวภาพ
  19. โครงการวิสาหกิจชุมชน
  20. โครงการฟื้นฟูนาข้าวหลังน้ำท่วม
  21. โครงการผลิตข้าวอินทรีย์ชีวภาพด้วยเทคโนโลยีอีเอ็ม
  22. โครงการตลาดนัดราคาประหยัด เพื่อช่วยเหลือชุมชนและประชาชน
  23. จัดงานส่งเสริมวิถีชีวิตเศรษฐกิจพอเพียง



ฯลฯ

ศูนย์ประสานงานเครือข่ายเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อความมั่นคง
FB/บรรเทิง    แสงดอกไม้
www.ชมรมเกษตรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเพื่อคุณภาพชีวิต
www.1374.org
e-mail : tongsang_23@hotmail.com
เบอร์โทรศัพท์/โทรสาร 02-2448583 และ 02-2414147
มือถือ 089-0597623
วิทยุ AM630 เวลา 1000-1100 ทุกวันจันทร์-ศุกร์
วิทยุเครือข่าย ทบ. รายการกองทัพบกเพื่อประชาชน ทุกวัน เวลา 0730-0800

8 มีนาคม 2556

จุดประกาย....ฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ โครงการขับเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อความมั่นคง



















โรงเรียนผู้นำชาวนาและเกษตรอินทรีย์...ขับเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียง


           โรงเรียนผู้นำชาวนาและเกษตรอินทรีย์
        นับแต่.....ประเทศไทยใช้แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 1 วิถีเกษตรกรไทยเปลี่ยนเข้าสู่ระบบเกษตรกรรม ปฏิวัติเขียว มีการปลูกพืชเชิงเดี่ยว เป็นเกษตรแบบเคมีแทน แบบเกษตรยังชีพ ปัจจัยการผลิตนำเข้าจากภายนอก ทั้งพันธ์พืช พันธุ์สัตว์ ปุ๋ย และสารเคมีต่างๆ ที่ใช้เพื่อการเกษตร ไม่เว้นแม้แต่เครื่องจักรทางการเกษตร 40 ปี ผ่านไป วิถีเกษตรและชาวนาไทยต้องเผชิญหน้ากับความ ไม่รู้ เป็นผลจากการไม่เคารพธรรมชาติ บั้นปลายชีวิตทุกข์ทรมานด้วย   โรคร้ายเกิดจากพิษสารเคมีรุมเร้า
*  แผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 8 (ปี39-44) กำหนดให้ 20 % ของพื้นที่เกษตรกรรม หรือ 25 ล้านไร่ ต้องทำ           ระบบเกษตรกรรมแบบยั่งยืน 4 รูปแบบ คือ เกษตรผสมผสาน วนเกษตร เกษตรอินทรีย์ และเกษตรธรรมชาติ แต่ไม่อาจต้านแนวทางปฏิวัติเขียวได้ เกษตรกรไทยยังบริโภคสารเคมี ตัวเลขผู้ป่วยจากสารเคมีเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะภาคกลาง
*  มูลนิธิข้าวขวัญ ซึ่งทำงานด้านการพัฒนาเทคโนโลยี สำหรับเกษตรกรรมยั่งยืน และพัฒนาปรับปรุง อนุรักษ์พันธ์ข้าว เปิดอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับการทำนาข้าวแบบเกษตรกรรมยั่งยืน เพื่อชักชวนชาวนาร่วมกันแสวงหาทางออก เพื่อลดต้นทุนการผลิต และการพึ่งตนเอง รวมทั้งเพื่อสุขภาพที่ดีของชาวนา ก่อตั้งเป็น รร.ชาวนา
*  เป็นการจัดการความรู้ของชาวนา นำกระบวนการ และให้ชาวนาเป็นผู้ลงมือปฏิบัติจริง,เป็นศูนย์กลางการเรียนรู้จริงๆ โดย รร.ชาวนา จะเป็นศูนย์กลาง เอาความรู้ไปเสริมชาวบ้าน            บนพื้นฐานความรู้ภูมิปัญญา ทำงานและทบทวนร่วมกัน เกิดความรู้ใหม่ๆ มาจากปฏิบัติจริง
     หลักสูตร นักเรียนชาวนาต้องเรียนรู้ แบ่งเป็น  3  หลักสูตร ได้แก่
1)     การจัดการศัตรูพืชโดยชีววิธี
2)     การปรับปรุงดิน
3)     การพัฒนาพันธ์ข้าว ที่เหมาะสมกับเกษตรยั่งยืน
     หลักสูตรที่ 1 การจัดการศัตรูพืชโดยชีววิธี
§  ร่วมกันเรียนรู้ระบบนิเวศในแปลงนา
§  เรียนรู้วงจรชีวิตของแมลง,เรียนรู้แมลงดี แมงร้าย และสัตว์อื่นๆ
§  เรียนรู้ สมุนไพรพื้นบ้าน ป้องกันแมลง
§  กระบวนการเรียนรู้จริง ตามพื้นที่การทำนา ตรวจสอบว่าเป็นแมลงดี (ป้องกันศัตรูพืช) หรือแมลงร้าย(กินต้นข้าว)
ความรู้ที่ได้
1)     ในแปลงนา มีแมลงที่เป็นมิตรกับชาวนา มากกว่าแมลงร้าย
2)     การฉีดพ่นสารเคมี ที่ให้แมลงที่เป็นมิตรกับชาวนาหายไป
3)     การปล่อยให้แมลงควบคุมกันเอง เป็นการลดต้นทุน
4)     หากไม่สามารถ ควบคุมแมลงได้ ให้ใช้สมุนไพรไล่แมลง
5)     สูตรสมุนไพรต่างๆ ที่ใช้ไล่แมลง
     หลักสูตรที่ 2 การปรับปรุงบำรุงดิน โดยไม่ใช้สารเคมี
§  เรียนรู้ กลไกหมักฟาง การใช้จุลินทรีย์ ย่อยสลายฟางข้าวในนา
§  เรียนรู้ จุลินทรีย์ที่เป็นประโยชน์ ทดลอง คิดค้นสูตรน้ำหมักต่างๆ เพื่อคืนชีวิตให้แก่ดิน
§  สร้างจิตสำนึกที่ดีในการพัฒนาดิน โดยชีววิธี เช่น ฟื้นฟูวัฒนธรรมประเพณี และความเชื่อให้กลับมา  โดยนำสัญลักษณ์ของพระแม่ธรณี แทนความมีชีวิตของดิน หากดินแข็ง ไม่มีธาตุอาหาร เท่ากับว่า เลี้ยงแม่ธรณีไม่ดี ปล่อยให้แม่ธรณีอดอยาก แม่ธรณีตาย ทำให้ไม่มีใครคุ้มครอง ช่วยเหลือแม่โพสพ ให้งอกงาม
กระบวนการเรียนรู้จริง
·       ใช้สายตาวิเคราะห์ดิน นำกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ให้ชาวบ้านทดสอบ ความเป็นกรด เป็นด่างของดิน แต่ละแปลงของสมาชิก รวมทั้งสารเคมีที่ตกค้างปรากฏว่า ดินในพื้นที่เดียวกัน ก็มีลักษณะ ที่ต่างกัน
·       นำเข้าสู่กระบวนการปรับปรุงดิน โดยเชื้อจุลินทรีย์ที่มีประสิทธิภาพ
·       ขั้นตอนนี้ นักเรียนชาวนา จะได้เรียนรู้จากแหล่งความรู้ภายนอก ทำให้เกิดความมั่นใจ และเกิดความภาคภูมิใจ ในฐานะ นักวิทยาศาสตร์ในแปลงนา
·       ร่วมฟื้นฟูวัฒนธรรม ประเพณีในการทำนา ตามขั้นตอนกระบวนการทำนา
o  พิธีรับขวัญข้าว, การลงแขกเกี่ยวข้าว, การบวงสรวงพระแม่โพสพ
o  พิธีนำข้างขึ้นยุ้ง, พิธีไหว้แม่ธรณี
กิจกรรม นี้ ทำให้เกิดความรักความสามัคคี ในกลุ่มนักเรียนชาวนา และชาวบ้านใกล้เคียง
§  การกำจัดวัชพืชในแปลงนา การทำนาที่ไม่ใช้สารกำจัดวัชพืช มีอยู่วิธีเดียวคือการทำนาดำ
        หลักสูตรที่ 3 การพัฒนาพันธ์ข้าวที่เหมาะสมกับเกษตรยั่งยืน
·       ชาวนาจะร่วมกันระดมความคิดเห็น เรื่องการพัฒนาพันธุ์ข้าวที่มีอยู่เดิม ให้ดีขึ้น โดยระดมความรู้ เรื่อง พันธุ์ข้าวของไทยที่ต้องการอนุรักษ์
·       ระดมความคิดเห็น ลักษณะพันธุ์ข้าวที่ดี, ข้าวที่ชาวนาต้องการบริโภค เพื่อลดต้นทุนการซื้อเมล็ดพันธุ์จากพ่อค้า และขยายพันธุ์,พัฒนาพันธุ์ข้าวได้ตามเหมาะสมกับพื้นที่ ตรงกับความต้องการของผู้บริโภค
                 กระบวนการที่เกิดขึ้นจริง
o  เรียนรู้จากการปฏิบัติจริง ในเรื่อง การคัดและผสมพันธุ์ข้าว โดยถอนต้นข้าวจริง มาเพื่อ   การเรียนรู้
o  ลักษณะทางกายภาพ ของต้นข้าว ตั้งแต่รากถึงรวงข้าว
o  เรียนรู้ลักษณะ เมล็ดพันธุ์ที่ดี ที่สมบูรณ์


โรงเรียนผู้นำชาวนาและเกษตรอินทรีย์
ตามแนวทางปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง กองทุนแม่ของแผ่นดิน สู้วิกฤตเศรษฐกิจ
*   รร.ผู้นำชาวนาฯ บ้านหัวควน ต.นาเกตุ อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี
*   รร.ผู้นำชาวนาฯ บ้านน้ำดำ ต.ปุโละปุโย อ.หนองจิก จ.ปัตตานี
วัตถุประสงค์
1)      เพื่อตอบสนองยุทศาสตร์ การแก้ปัญหาความยากจน โดยการสร้างอาชีพ สร้างรายได้ จาการทำเกษตรตามแนวทางปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
2)      เพื่อส่งเสริมพัฒนาอาชีพ
3)      เพื่อให้สมาชิก นำความรู้จากการอบรม นำไปขยายผลประกอบกิจกรรม ในพื้นที่ทำกินของตนเอง
4)      เป็นศูนย์เรียนรู้ กองทุนแม่ของแผ่นดิน
วิธีดำเนินการ
1)      รับสมัครผู้เข้าร่วมโครงการ จากสมาชิกกองทุนแม่ของแผ่นดิน
2)      คัดเลือกปราชญ์ชาวบ้านในพื้นที่ เพื่อร่วมเป็นวิทยากรในการดำเนินกิจกรรม
3)      อบรมสมาชิก เรื่องปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ภาคทฤษฏี และภาคปฏิบัติ
4)      ฝึกปฏิบัติในเขตที่ดินของตนเอง โดยมีวิทยากร และเจ้าหน้าที่ แนะนำ ติดตามอย่างใกล้ชิด
5)      สนับสนุนการจัดตั้งเครือข่าย ชมรมเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อประสานงาน กับกลุ่มองค์กรอาชีพ เป็นการแลกเปลี่ยน เรียนรู้ และทรัพยากร
6)      จัดทำฐานข้อมูล ทั้งด้านองค์ความรู้ ปราชญ์ชาวบ้าน และกิจกรรม ตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อจัดทำเป็นฐานข้อมูลการเรียนรู้
ผลที่คาดว่าจะได้รับ
§  สมาชิกที่เข้าร่วมโครงการมีอาชีพ ทำงานในท้องที่ มีคุณภาพชีวิตที่ดี และนำความรู้ที่ได้ ไปขยายผล   ในพื้นที่ทำกินของตนเอง อย่างยั่งยืน
§  ลดรายจ่ายในครอบครัว มีคุณภาพชีวิตที่ดี ลดปัญหาด้านสังคม
§  สามารถสร้างเครือข่าย และถ่ายทอดความรู้แก่ผู้อื่นได้
§  สมาชิกสามารถนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ไปปฏิบัติในพื้นที่ตนเองได้ 100 %

     ชาวนารุ่นใหม่อนาคตของสังคมไทย
o   ชาวนาวันนี้ไม่ได้ไถนาด้วยควาย ใช้รถไถที่นั่งสบาย,เครื่องพ่นเมล็ดข้าว,มีเครื่องสูบน้ำ
o   รอ 3 – 4 เดือน ให้ข้าวโต แล้วก็เกี่ยว ไม่ต้องใช้เคียว แต่ใช้รถเกี่ยว 100  ไร่ ไม่กี่วันก็เสร็จ ได้ข้าวสัก  50  ตัน เป็นอย่างน้อย นี่หมายถึงแบบธรรมดา ถ้าตั้งใจจริงๆ ดูแลดินด้วยปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพ สองสามปีอาจได้ 100 ตัน
o   คุณ ชัยพล  ยิ้มไทร หนุ่มชาวนาปริญญาตรี ทำนาแถวนนทบุรี ร้อยกว่าไร่ ได้ครั้งละ 50 ตัน ปีหนึ่ง ทำสองหน   มีรายได้ประมาณ 2 ล้านบาท หักค่าใช้จ่ายแล้ว น่าจะเกินล้านบาท จึงได้ชื่อว่า ชาวนาเงินล้าน ทำนาคนเดียว ไม่แปลก เพราะมีเครื่องทุนแรง
                                    ได้รับแรงบันดาลใจจากข้อเขียน คุณเดชา   ศิริภัทร เลขาธิการมูลนิธิข้าวขวัญ

แจ้งข่าวประชาสัมพันธ์/8 มีนาคม 2556


ชมรมเกษตรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อคุณภาพชีวิต                                  41/385 ถนนเทอดดำริ  แขวงนครไชยศรี  เขตดุสิต  กรุงเทพมหานคร 10300                โทรศัพท์/โทรสาร 02-244-8583 ทบ.83421 หรือ 02-241-4147 มือถือ 089-0597623                  
 
 
 

โครงการขับเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อความมั่นคง
              1. ขอเชิญเกษตรกร ชุมชน กลุ่ม  ปราชญ์ชาวบ้าน วิทยากรอาสาสมัคร   เข้าร่วมโครงการขับเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อความมั่นคง    ด้วยการแจ้งชื่อ-นามสกุล  ที่อยู่   หมายเลขโทรศัพท์ติดต่อ   ลงทะเบียนกับชมรมฯ     เพื่อประโยชน์ในการประสานงาน  ส่งเสริม      และสนับสนุนการปฏิบัติตามแนวทางปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง        มีวิทยากรอาสาสมัครและศูนย์การเรียนรู้ประจำพื้นที่ตั้งแต่ระดับหมู่บ้าน    ตำบล      เพื่อเผยแพร่ให้ความรู้ถ่ายทอดเทคโนโลยี   เป็นพื้นที่สาธิตและศึกษาดูงาน        ตลอดจนสร้างเสริมเครือข่ายความร่วมมือด้านต่าง ๆ   ต่อไป
                แจ้งความประสงค์และลงทะเบียนได้ที่ พ.ท.บรรเทิง  แสงดอกไม้ 089-0597623 
                2. ระหว่างวันที่ 15-17 มีนาคม 2556 เชิญร่วมงานมหกรรมคืนชีวิตให้แผ่นดิน โดยมหาลัยคอกหมู
ครั้งที่ 7  ณ   ศูนย์ฝึกกสิกรรมธรรมชาติมาบเอื้อง   อ.บ้านบึง  จ.ชลบุรี    มีกิจกรรมได้แก่ นิทรรศการมีชีวิตแสดงผลิตภัณฑ์เกษตรอินทรีย์  พืชผักปลอดสาร    อาหารปลอดภัย    ตลอดสีเขียว   การคัดพันธุ์ข้าว      การอนุรักษ์พันธุกรรมพืช    อีกทั้งมีการเสวนา  ในหัวข้อเรื่อง ความมั่นคงทางอาหารและทางรอดของมนุษยชาติ
การละเล่น 4 ภาค  องค์ความรู้ 9 ฐาน สู่ความพอเพียง
                สอบถามรายละเอียดได้ที่  ศูนย์กสิกรรมธรรมชาติ  038-449009
3. ระหว่างวันที่ 20-22 มีนาคม 2555 กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดฉะเชิงเทรา
นำเยาวชนจากสถานศึกษาต่าง ๆ เข้ารับการฝึกอบรมตามโครงการตามรอยแนวคิดโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริและเรียนรู้วิถีชีวิตตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง       ณ     ศูนย์ศึกษาการพัฒนาพื้นที่
เขาหินซ้อน จ.ฉะเชิงเทรา
                สอบถามรายละเอียดได้ที่ กอ.รมน.จังหวัดฉะเชิงเทรา   038-535034
4. ระหว่างวันที่ 25-29 มีนาคม 2556  การฝึกอบรมหลักสูตร การพัฒนากสิกรรมธรรมชาติสู่ระบบเศรษฐกิจพอเพียง   ณ  สถาบันเศรษฐกิจพอเพียง มหาวิทยาลัยราชภัฎราชนครินทร์ อ.บางคล้า จ.ฉะเชิงเทรา  รับจำนวนจำกัด 70 คน โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น
                สอบถามรายละเอียดและสำรองที่นั่งได้ที่ คุณธนานันท์ 085-2126972 พนิตตา 084-7313779

                               
                                                                                         พ.ท.บรรเทิง       แสงดอกไม้    ผู้ส่งข่าว/1 มี.ค.56