หน้าเว็บ

บทความที่ได้รับความนิยม

16 มกราคม 2555

การแก้ปัญหาอุทกภัย

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงแนะวิธีแก้ปัญหาน้ำท่วม

"ภัยธรรมชาติ" ทั้งอุทกภัยและวาตภัยที่ทำให้เกิดภาวะฝนตกหนักในหลายพื้นที่ของประเทศไทยในระยะนี้ ทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก น้ำเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมบ้านเรือนและพื้นที่การเกษตรเสียหายหนัก มีประชาชนได้รับความเดือดร้อนในหลายจังหวัดตั้งแต่ภาคกลาง ภาคอีสาน จรดภาคใต้ อย่างไรก็ตาม ในหลายพื้นที่สถานการณ์น้ำท่วมแม้จะมีความรุนแรงอย่างหนัก แต่ปริมาณน้ำท่วมขังได้ลดระดับคลี่คลายไปอย่างรวดเร็ว อาทิ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เป็นผลอันเนื่องมาจากพระราชดำริตามแนวทางการบริหารจัดการด้านน้ำท่วมล้น หรือ Flood Management ทฤษฎีการแก้ปัญหาน้ำท่วมของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งเกิดจากสายพระเนตรอันยาวไกลและความห่วงใยในพสกนิกรของพระองค์
ทฤษฎีแก้ปัญหาน้ำท่วม อันเนื่องมาจาก "พระราชดำริ" ตามแนวทางการบริหารจัดการด้านน้ำท่วมล้น (Flood Management) โดยประเทศไทยตั้งอยู่ในเขตมรสุม มีฝนตกและปริมาณน้ำฝนสูง จึงเกิดปัญหาน้ำท่วมอยู่ในหลายพื้นที่เกือบทุกภูมิภาค พระบามสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระปริวิตกห่วงใยในปัญหาที่เกิดขึ้นอยู่เสมอ และทรงวิเคราะห์ลักษณะทางกายภาพของพื้นที่ที่ประสบปัญหาน้ำท่วม อีกทั้งทรงคำนึงถึงการเลือกใช้วิธีการต่างๆ ที่เหมาะสมกับสภาพท้องที่และสมรรถนะของกำลังเจ้าหน้าที่ที่มีอยู่ ตลอดจนงบประมาณและค่าใช้จ่ายในส่วนที่เกี่ยวข้องด้วย
วิธีการแก้ไขปัญหาน้ำท่วม สามารถทำได้หลายวิธี คือ
1.               การก่อสร้างคันกั้นน้ำ เพื่อป้องกันน้ำท่วม ซึ่งเป็นวิธีการดั้งเดิมแต่โบราณ โดยการก่อสร้างคันดินกั้นน้ำขนาดที่เหมาะสมขนานไปตามลำน้ำห่างจากขอบตลิ่งพอสมควร เพื่อป้องกันมิให้น้ำล้นตลิ่งไปท่วมในพื้นที่ต่างๆ ด้านใน เช่น คันกั้นน้ำโครงการมูโนะ และคันกั้นน้ำของโครงการปิเหล็ง อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดนราธิวาส เป็นต้น
2.               การก่อสร้างทางผันน้ำ เพื่อผันน้ำทั้งหมดหรือบางส่วนที่ล้นตลิ่งท่วมท้นให้ออกไป โดยการก่อสร้างทางผันน้ำ หรือขุดคลองสายใหม่เชื่อมต่อกับลำน้ำที่มีปัญหาน้ำท่วม โดยให้น้ำไหลไปตามทางผันน้ำที่ขุดขึ้นใหม่ไปลงลำน้ำสายอื่น หรือระบายออกสู่ทะเลตามความเหมาะสม ซึ่งการดำเนินการสนองพระราชดำริวิธีนี้ คือ ดำเนินการโดยกรมชลประทาน ในการแก้ไขปัญหาจากแม่น้ำโก-ลก เข้ามาท่วมไร่นาของราษฎรเสียหายหลายหมื่นไร่ทุกปี การขุดคลองมูโนะได้ช่วยบรรเทาลงได้เป็นอย่างดี
3.               การปรับปรุงและตกแต่งสภาพลำน้ำ เพื่อให้น้ำที่ท่วมทะลัก สามารถไหลไปตามลำน้ำได้สะดวกหรือช่วยให้กระแสน้ำไหลเร็วยิ่งขึ้น อันเป็นการบรรเทาความเสียหายจากน้ำท่วมขังได้ โดยใช้วิธีการดังนี้
o    ขุดลอกลำน้ำตื้นเขินให้น้ำไหลสะดวกขึ้น
o    ตกแต่งดินตามลาดตลิ่งให้เรียบไม่ให้เป็นอุปสรรคต่อทางเดินของน้ำ
o    กำจัดวัชพืช ผักตบชวา และรื้อทำลายสิ่งกีดขวางทางน้ำไหลให้ออกไปจนหมดสิ้น
o    หากลำน้ำคดโค้งมาก ให้หาแนวทางขุดคลองใหม่เป็นลำน้ำสายตรงให้น้ำไหลสะดวก
4.               การก่อสร้างเขื่อนเก็บกักน้ำ เป็นมาตรการป้องกันน้ำท่วมที่สำคัญประการหนึ่งในการกักเก็บน้ำที่ไหลท่วมล้นในฤดูน้ำหลาก โดยเก็บไว้ทางด้านเหนือเขื่อนในลักษณะอ่างเก็บน้ำ ซึ่งปัจจุบันดำเนินการตามพระราชดำริมากมายหลายแห่งในประเทศไทย และการป้องกันน้ำท่วมใหญ่ในระดับประเทศนั้น ขณะนี้ได้อยู่ในระหว่างดำเนินการหลายจุด คือ
o    โครงการพัฒนาลุ่มน้ำป่าสัก อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ในเขตจังหวัดลพบุรีและสระบุรี
o    โครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดนครศรีธรรมราช
o    โครงการพัฒนาลุ่มน้ำนครนายกตอนบน จังหวัดนครนายก
โครงการลุ่มน้ำป่าสัก
แก้มลิงคลองมหาชัย
โครงการมูโนะ
การแก้ไขปัญหาน้ำท่วมพื้นที่ในกรุงเทพมหานครและปริมณฑลตามพระราชดำริ "แก้มลิง"
จากสภาพธรรมชาติดั้งเดิมของกรุงเทพมหานคร มีลักษณะลุ่มต่ำ ทำให้มีการระบายน้ำยามเกิดภาวะน้ำท่วมให้ออกจากพื้นที่เป็นไปอย่างล่าช้า คูคลองจำนวนมากมีความลาดเทน้อย อีกทั้งมีหลายคลองที่ลำน้ำตื้นเขิน มีวัชพืชปกคลุมกีดขวางทางน้ำไหล ทำให้เกิดเป็นสาเหตุในหลายปัจจัยของการเกิดน้ำท่วมขังในกรุงเทพมหานครและปริมณฑลเป็นระยะเวลายาวนาน
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้พระราชทานแนวพระราชดำริให้มีระบบการบริหารจัดการด้านน้ำท่วม "แก้มลิง" ซึ่งได้พระราชทานพระราชอรรถาธิบายว่า "...ลิงโดยทั่วไปถ้าเราส่งกล้วยให้ ลิงจะรีบปอกแล้วเอาเข้าปากเคี้ยว แล้วเอาไปเก็บไว้ที่แก้ม ลิงจะเอากล้วยเข้าไปไว้ที่กระพุ้งแก้มได้เกือบทั้งหวี โดยเอาไปไว้ที่แก้มก่อนแล้วจึงนำมาเคี้ยวบริโภคและกลืนกินเข้าไปภายหลัง" เปรียบเทียบได้กับเมื่อเกิดน้ำท่วมก็ขุดคลองต่างๆ เพื่อชักน้ำให้มารวมกันแล้วนำไปเก็บไว้เป็นบ่อพักน้ำ อันเปรียบได้กับแก้มลิง แล้วจึงระบายน้ำลงทะเลเมื่อปริมาณน้ำทะเลลดลง
สำหรับลักษณะและวิธีการของโครงการแก้มลิง แบ่งออกได้เป็น 4 ประการ
1.               ดำเนินการระบายน้ำออกจากพื้นที่ตอนบนให้ไหลไปตามคลองในแนวเหนือ-ใต้ลงคลอง พักน้ำขนาดใหญ่ที่บริเวณชายทะเล เช่น คลองชายทะเลของฝั่งตะวันออก ซึ่งจะทำหน้าที่เป็นบ่อเก็บน้ำขนาดใหญ่ คือ "แก้มลิง" ต่อไป
2.               เมื่อระดับน้ำทะเลลดต่ำลงกว่าระดับน้ำในคลอง ก็ทำการระบายน้ำจากคลองดังกล่าวออกทางประตูระบายน้ำ โดยใช้หลักการทฤษฎีแรงโน้มถ่วงของโลก (Gravity Flow) ตามธรรมชาติ
3.               สูบน้ำออกจากคลองที่ทำหน้าที่ แก้มลิง นี้ ให้ระบายออกในระดับต่ำที่สุดออกสู่ทะเล เพื่อจะได้ทำให้น้ำตอนบนค่อยๆ ไหลมาเองตลอดเวลาส่งผลให้ปริมาณน้ำท่วมพื้นที่ลดน้อยลง
4.               เมื่อระดับน้ำทะเลสูงกว่าระดับน้ำในลำคลองให้ทำการปิดประตูระบายน้ำ เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำย้อนกลับ โดยยึดหลักน้ำไหลทางเดียว (One Way Flow)
ทั้งนี้ หลักการ 3 ข้อที่โครงการแก้มลิงจะสามารถมีประสิทธิภาพบรรลุผลสำเร็จตามแนวพระราชดำริ คือ
1.               การพิจารณาสถานที่ที่จะทำหน้าที่เป็นบ่อพักและวิธีการชักน้ำท่วมไหลเข้าสู่บ่อพักน้ำ
2.               เส้นทางน้ำไหลที่สะดวกต่อการระบายน้ำเข้าสู่แหล่งที่ทำหน้าที่บ่อพักน้ำ
3.               การระบายน้ำออกจากบ่อพักน้ำอย่างต่อเนื่อง
ลุ่มน้ำปากพนัง
ลุ่มน้ำป่าสัก
จากหลักการข้างต้น การสนองพระราชดำริจึงดำเนินการพิจารณาจากการใช้ลำคลองหนองบึงธรรมชาติ หรือพื้นที่ว่างเปล่า นำมาใช้เป็นบ่อพักน้ำ แหล่งน้ำที่จะนำน้ำเข้าบ่อพักและระบายน้ำออกจากบ่อพักน้ำตามความเหมาะสมของแต่ละพื้นที่ ซึ่งผลการดำเนินการศึกษาและพิจารณากำหนดรูปแบบของโครงการแล้วสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ส่วน คือ โครงการแก้มลิงฝั่งตะวันออกและตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยา ทำหน้าที่รับน้ำในพื้นที่ฝั่งตะวันออก-ฝั่งตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยา นอกจากสภาพพื้นที่ทั่วไปแถบนั้นยังไม่มีคันกั้นน้ำริมฝั่งเจ้าพระยา และคันกั้นน้ำขนานกับชายทะเลแล้ว คลองต่างๆ ที่มีทางน้ำไหลเชื่อมต่อกับชายทะเลแล้ว คลองต่างๆ ที่มีทางน้ำไหลเชื่อมต่อกับชายทะเลก็ยังไม่มีการควบคุมเพียงพอ ดังนั้น เมื่อน้ำทะเลมีระดับสูงขึ้นจึงหมุนไม่ให้น้ำจืดไหลออกจากทะเลหรือไหลออกทะเลได้ช้ามากก่อให้เกิดภาวะน้ำท่วมรุนแรงหรือท่วมขังนานวัน
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้พระราชทานพระราชดำริเพื่อให้การระบายน้ำท่วมออกทะเลเร็วขึ้นด้วยวิธีต่างๆ คือ
โครงการแก้มลิง แม่น้ำท่าจีนตอนล่าง ซึ่งใช้หลักในการควบคุมน้ำในแม่น้ำท่าจีน คือ เปิดระบายน้ำจำนวนมากลงสู่อ่าวไทยเมื่อระดับน้ำทะเลต่ำ ปิดกั้นไม่ให้น้ำจากด้านท้ายน้ำไหลรุกล้ำเข้าไปในแม่น้ำเมื่อน้ำทะเลมีระดับสูง ถือเป็นโครงการอเนกประสงค์ที่สำคัญยิ่งในอนาคตด้วย นอกจากช่วยบรรเทาอุทกภัยให้กับพื้นที่บางส่วนทางตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยา ตั้งแต่ตอนใต้ทางรถไฟสายใต้มาแล้ว ยังจะช่วยป้องกันการรุกล้ำของน้ำเค็มเข้าไปในแม่น้ำท่าจีนช่วงฤดูแล้ง ระหว่างเดือนมกราคม-พฤษภาคม นอกจากนั้นยังสามารถนำน้ำไปใช้ประโยชน์ในด้านการเกษตร อุตสาหกรรม และอุปโภคบริโภคได้อีกด้วย
โครงการแก้มลิงนับเป็นสิ่งที่ช่วยทำให้ชาวไทยทั้งหลายได้รอดพ้นจากทุกข์ภัย ที่นำความเดือดร้อนแสนสาหัสมาสู่ชีวิตที่อบอุ่นปลอดภัย ซึ่งแนวพระราชดำริ อันเป็นทฤษฎีเกี่ยวกับการบริหารจัดการแก้ปัญหาน้ำท่วมนี้ ทรงมีพระราชดำรัสเพิ่มเติมว่า "...ได้ดำเนินการในแนวทางที่ถูกต้องแล้ว ขอให้รีบเร่งหาวิธีปรับปรุงและเพิ่มประสิทธิภาพต่อไปเพราะโครงการแก้มลิงในอนาคตจะสามารถช่วยพื้นที่ได้หลายพื้นที่" จะเห็นได้ว่าการบริหารจัดการน้ำตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ดำเนินตามธรรมชาติ นั้นสามารถแก้ปัญหาเรื่องน้ำท่วมในหลายพื้นที่ให้หมดสิ้นไปได้ในอนาคต

UIH รู้สึกสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ และซาบซึ้งถึงพระอัจฉริยภาพรอบด้านของพระองค์ โครงการพระราชดำริหลายโครงการแสดงถึงความห่วงใยของพระองค์ที่ทรงมีต่อปวงชนชาวไทย พระองค์ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจต่างๆ เพื่อแก้ปัญหาและปรับปรุงชีวิตความเป็นอยู่ของพสกนิกรให้อยู่ดีกินดีตามวิถีแห่งความพอเพียงเสมอมา
ขอพระองค์จงทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน
ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ขอเดชะ ข้าพระพุทธเจ้า ผู้บริหาร และพนักงาน บริษัท ยูไนเต็ด อินฟอร์เมชั่น ไฮเวย์ จำกัด
ขอบคุณข้อมูลจาก มูลนิธิชัยพัฒนา

ชุมชนเข้มแข็ง ด้วย อปริหานิยธรรม

อปริหานิยธรรม
ธรรมอันเป็นที่ตั้งแห่งความไม่เสื่อม เป็นประโดยต่อชุมชนเพียงฝ่ายเดียว
--------
1.            สมาชิกร่วมประชุมกันเป็นนิตย์
2.            สมาชิกหมั่นเริ่มประชุมและเลิกประชุมพร้อมกัน ทำกิจที่พึงกระทำโดยพร้อมเพรียงกัน
3.            สมาชิกยอมรับมติส่วนใหญ่ของที่ประชุมในการแก้ปัญหา
4.            สมาชิกให้การยอมรับและเคารพผู้อาวุโส
5.            สมาชิกให้การสงเคราะห์ และช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสในสังคม เช่น เด็ก สตรี คนชรา คนพิการ และคนที่ยากจนกว่า
6.            สมาชิกส่งเสริมและรักษาวัฒนธรรมประเพณีอันดีงาม
7.            สมาชิกช่วยกันทำนุบำรุงพระศาสนา
“ร่วมแรงทุกคน  ชุมชนเข้มแข็ง

11 มกราคม 2555

พล.อ.พิเชษฐ์ วิสัยจร บรรยายพิเศษใน 24 ม.ค.55

เทศบาลตำบลตลุกดู่ ร่วมกับ สำนักงานเกษตรอำเภอทัพทัน โรงเรียนตลุกดู่วิทยาคม
 และชมรมเกษตรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเพื่อคุณภาพชีวิต
จัดกิจกรรม  “เทศบาลพบประชาชน ครั้งที่ 1 ประจำปี 2555”
ในวันอังคารที่ 24 มกราคม พ.ศ.2555 เวลา 0800-1630
  หอประชุมโรงเรียนตลุกดู่วิทยาคม หมู่ที่ 7  เทศบาลตำบลตลุกดู่ อำเภอทัพทัน จังหวัดอุทัยธานี
-----------
                                                เวลา 08.00-08.30 น.       - ประชาชนผู้ร่วมงานลงทะเบียน
                                                เวลา 09.00-10.00 น.       - ร่วมทำบุญและรับฟังธรรมเทศนา“อยู่อย่างมีคุณค่า ใช้เวลาให้มีความสุข”
                                                                                                                          โดย พระพิศาลธรรมพาที(พยอม   กัลยาโน) เจ้าอาวาสวัดสวนแก้ว
                                                เวลา 10.00-12.00 น.       - บรรยายพิเศษ “รอยยิ้ม..จากพ่อ กับเศรษฐกิจพอเพียง”
                                                                                                                          โดย พลเอก พิเชษฐ์   วิสัยจร  อดีตผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก
                                                เวลา 12.00-13.00 น.       - รับประทานอาหารกลางวัน
                                                เวลา 13.00-15.00 น.       - ชมการสาธิตเกี่ยวกับเกษตรอินทรีย์
-การผลิตน้ำยาล้างภาชนะ
-การผลิตปุ๋ยน้ำหมักชีวภาพ
-การผลิตเครื่องจักสานจากวัสดุธรรมชาติ
        ฯลฯ
                                                เวลา 15.00-16.30 น.       - ตอบปัญหาข้อซักถาม
                                                เวลา 16.30                                                  - ปิดงาน

---------


หมายเหตุ       ผู้สนใจสำรองที่นั่งและสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ พ.ท.บรรเทิง  แสงดอกไม้  089-0597623
                       และ  คุณอัจฉรา ฯ  สำนักงานปลัดเทศบาล โทร.056-5411331 หรือ 087-2091441



ข่าวประชาสัมพันธ์/11 ม.ค.55

1.       ระหว่างวันที่ 27 – 29 มกราคม 2555  กรมยุทธศึกษาทหารบก  นำนิสิตสาขาพัฒนาสังคม รุ่นที่ 5   ตามโครงการความร่วมมือทางวิชาการกับมหาวิทยาลัยนเรศวร     ออกค่ายอาสาสมัครพัฒนาชุมชน       โรงเรียนโพนทอง  ตำบลปากเกรียว  อำเภอปากชม จังหวัดเลย   จึงขอเชิญชวนผู้มีจิตศรัทธาร่วมบริจาคผ้าห่ม เสื้อกันหนาว อุปกรณ์กีฬาและการเรียน  เพื่อนำไปมอบให้เด็กและประชาชนในพื้นที่ 
ติดต่อสอบถามรายละเอียดและบริจาคได้ที่ ร.อ.เจษฎา   เหมหาชาติ  โทร.081-9136357
2.       ชมรมเกษตรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อคุณภาพชีวิต จัดทำโครงการฟื้นฟูนาข้าว  เพื่อเป็นต้นแบบ การบริหารจัดการข้าว  ในพื้นที่ประสบอุทกภัยและพื้นที่ประสบปัญหาโรคระบาด  โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ให้เป็นพื้นที่ต้นแบบแก่เกษตรกร ในการลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต ชีวิตปลอดภัย ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม
ด้วยเทคโนโลยีอีเอ็ม
สนใจเข้าร่วมโครงการ ฯ ติดต่อได้ที่ พ.ท.บรรเทิง ฯ โทร.089-0597623  และ  อจ.โกวิทย์ ดอกไม้ 081-8769113  อจ.สุมาลิน ทองแสน 089-7949426    ภายใน มกราคม 2555          
3.       ชมรมเกษตรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อคุณภาพชีวิต ร่วมกับเทศบาลตำบลตลุกดู่ และโรงเรียนตลุกดู่วิทยาคม     จัดฝึกอบรมตามโครงการเสริมสร้างคุณธรรมและการปฏิบัติวิถีชีวิตเศรษฐกิจพอเพียง  โดยมี ท่านพระราชธรรมนิเทศ  (พยอม  กัลยาโณ) แห่งวัดสวนแก้ว        และ    พล.อ.พิเชษฐ์      วิสัยจร           อดีต
 ผช.ผบ.ทบ./ที่ปรึกษา กอ.รมน.  เป็นผู้บรรยายพิเศษ         ในวันอังคารที่   24  มกราคม  2555    เวลา  0900-1600             หอประชุมโรงเรียนตลุกดู่วิทยาคม    ต.ตลุกดู่     อ.ทัพทัน    จ.อุทัยธานี     
ผู้สนใจสำรองที่นั่งและสอบถามรายละเอียดได้ที่ พ.ท.บรรเทิง ฯ  โทร.089-0597623  และ ปลัดอัจฉรา ฯ  โทร.087-2091441


9 มกราคม 2555

โครงการฟื้นฟูนาข้าวด้วยจุลินทรีย์ที่มีประสิทธิภาพ

โครงการฟื้นฟูนาข้าวด้วยเทคโนโลยีอีเอ็ม
-----------------
๑. หลักการและเหตุผล
              จากปัญหาอุทกภัยและดินโคล่นถล่มในหลายพื้นที่ตามภูมิภาคต่าง ๆ  ของประเทศ  ได้ส่งผลกระทบต่อพี่น้องประชาชนที่ประสบภัยพิบัติจากสถานการณ์ดังกล่าว      ได้รับความทุกข์ความเดือดร้อน
ในการดำรงชีวิต   เกิดความเสียหายทั้งชีวิตและทรัพย์สิน ตลอดจนพืชผลการเกษตรเสียหายเป็นจำนวนมากอันเป็นสิ่งที่ยากลำบากในการแก้ปัญหาเยียวยากับวิกฤติการณ์ที่เกิดขึ้น
               ชมรมเกษตรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม  เพื่อคุณภาพชีวิต     รวมทั้งสมาชิกเครือข่ายในหลาย
ภาคส่วน  ได้ดำเนินกิจกรรมการส่งเสริม สนับสนุน และแก้ปัญหาด้านการเกษตร ประมง ปศุสัตว์ การรักษาสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของผู้ผลิตและผู้บริโภคมาอย่างต่อเนื่อง   ด้วยการประยุกต์ใช้จุลินทรีย์ที่มีประสิทธิภาพในการแก้ปัญหาดังกล่าวอย่างได้ผล     จึงเห็นว่าจุลินทรีย์ที่มีประสิทธิภาพจะสามารถช่วยแก้ปัญหาวิกฤติให้แก่
เกษตรกรผู้ทำนาข้าวทั่วประเทศในขณะนี้
๒. วัตถุประสงค์
      ๒.๑ เพื่อลดต้นทุนในการผลิตให้แก่เกษตรกรผู้ทำนาข้าว
      ๒.๒ เพื่อฟื้นฟูดิน น้ำ อากาศ ให้เหมาะสมกับนาข้าว ในการเพิ่มผลผลิต
      ๒.๓ เพื่อเป็นตัวอย่างหรือต้นแบบให้แก่เกษตรกรในพื้นที่ และจังหวัดใกล้เคียง
๓. เป้าหมาย 
      ๓.๑ เชิงปริมาณ    จังหวัดที่ประสบอุทกภัย และเกษตรกรหรือชุมชนที่สนใจ
      ๓.๒ เชิงคุณภาพ    มีเกษตรกรหรือชุมชนให้พื้นที่ในการสาธิต เป็นตัวอย่างหรือต้นแบบ   รวมทั้งองค์กรและเครือข่าย ตลอดจนอาสาสมัครเข้าร่วมศึกษา เรียนรู้ และแลกเปลี่ยนประสบการณ์
๔. การดำเนินงาน
     ๔.๑ ชมรมเกษตรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อคุณภาพชีวิต ร่วมกับเครือข่ายมูลนิธิเกษตรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม  ประสานการปฏิบัติกับเครือข่ายทั่วประเทศ
     ๔.๒ แจ้งข่าวประชาสัมพันธ์ทางสื่อมวลชน วิทยุ โทรทัศน์ และสื่ออีเลคทรอนิกส์ ให้เกษตรกรหรือชุมชนที่สนใจสมัครเข้าร่วมโครงการ ฯ ภายใน มกราคม ๒๕๕๕
     ๔.๓ จัดลำดับความเร่งด่วน และความต้องการ  แจ้งให้เกษตรกรหรือทางสื่อได้ทราบกำหนดการปฏิบัติ
     ๔.๔ จัดวิทยากรชมรมเกษตร ฯ และเครือข่าย เข้าดำเนินการในพื้นที่ ตามคู่มือของโครงการฯ
     ๔.๕ ดำเนินการตามขั้นตอน ตั้งแต่ก่อนทำนา ระหว่าง และหลังการเก็บเกี่ยวผลผลิต
     ๔.๒ ประชาสัมพันธ์โครงการ ฯ ความคืบหน้าของการดำเนินงานทุกขั้นตอน และสัมภาษณ์ถึงผลสัมฤทธิ์ของการเข้าร่วมโครงการ ฯ
๕. วัน-เวลา และสถานที่  
     ๕.๑ เดือน มกราคม – ธันวาคม ๒๕๕๕
     ๕.๒ ในพื้นที่ประสบภัย และพื้นที่อื่น ๆ ตามร้องขอ
๖. งบประมาณ  
     ๖.๑ เกษตรกร/ชุมชม/องค์กร/หน่วยงาน ในพื้นที่
     ๖.๒ หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ภาควิชาการ ภาคประชาสังคม และสื่อมวลชน
     ๖.๓ การบริจาคผ่านมูลนิธิเกษตรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
๗. ผู้รับผิดชอบโครงการ
     ชมรมเกษตรธรรมชาติฯ และมูลนิธิเกษตรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
๘. หน่วยงานให้การสนับสนุน    
     - หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ภาควิชาการ องค์กรภาคประชาชน และสื่อมวลชน
๙. การประเมินผล
     ๙.๑ การสังเกต และสัมภาษณ์
     ๙.๒ แบบสอบถาม
     ๙.๓ การตรวจและติดตามผลการปฏิบัติงาน
๑๐. ผลที่คาดว่าจะได้รับ
      การประยุกต์ใช้จุลินทรีย์ที่มีประสิทธิภาพ สามารถช่วยแก้ปัญหาให้เกษตรกรผู้ประสบอุทกภัยทั้งก่อน ระหว่าง และหลังวิกฤติการณ์  ก่อให้เกิดความปลอดภัยต่อชีวิต ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนและสังคมได้อย่างยั่งยืน



 สนใจเข้าร่วมโครงการฯ ติดต่อได้ที่ พ.ท.บรรเทิง แสงดอกไม้ โทร.089-0597623 อจ.โกวิทย์ ดอกไม้  โทร.0818769113 และ อจ.สุมาลิน  ทองแสน  โทร.0897949426